
ไม่รอด กระบะยางระเบิด ข้าวของกระจาย โป๊ะแตก ยาบ้าบิ๊กล็อต หล่นเกลื่อน 5.4 ล้านเม็ด รวมมูลค่า กว่า 32 ล้านบาท

ไม่รอด กระบะยางระเบิด ข้าวของกระจาย โป๊ะแตก ยาบ้าบิ๊กล็อต หล่นเกลื่อน 5.4 ล้านเม็ด รวมมูลค่า กว่า 32 ล้านบาท
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 7 ก.ย.68 พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี สวญ.สภ.สามกระทาย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านพลเมืองดีพบมีรถยนต์กระบะรั้วบรรทุกประสบอุบัติเหตุยางระเบิดพลิกคว่ำกีดขวางถนน บนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 271 + 100 หมู่บ้านฟากนา ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.ท.นนทนันท์ สิงหนาท รองสว.(สอบสวน) สภ.สามกระทายที่เกิดเหตุพบเป็นรถยนต์กระบะรั้วบรรทุก 4 ล้อขนาดใหญ่ ยี่ห้อ isuzu สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฆ 5327 กทม.สภาพพังเสียหายยับเยินกระบะรั้วฉีกขาดตัวรถได้รับความเสียหาย สิ่งของที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นชิ้นส่วนแผ่นไม้ที่รื้อมาจากบ้านเก่า

โดยภายในกองไม้พบกล่องโฟมห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสปิดทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาลแน่นหนา จำนวน 54 กล่อง โดยมีบางกล่องฉีกขาดปรากฏสิ่งของที่บรรจุภายในกล่องเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวนมาก ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ทราบจำนวนได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ สันนิษฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขนของกลางมาจากต้นทาง ซึ่งยังไม่ทราบที่ใด โดยนำกล่องโฟมซึ่งบรรจุยาเสพติดไว้ด้านล่าง จากนั้นใช้แผ่นไม้ปิดบังอำพรางยาเสพติดเอาไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เหมือนลักษณะขนย้ายไม้บ้านเก่าแล้วมุ่งหน้าลงใต้ ระหว่างทางยางล้อหลังเกิดระเบิดทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถยกมาลากรถ และขนของกลางทั้งหมดใส่รถพนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบและนับจำนวนของกลางยาเสพติดทั้งหมดอย่างละเอียดที่โรงพัก 3 กระทายโดยมี นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ พร้อมตำรวจชุมสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบ...
โดยภายในกล่องลังโฟม 1 กล่อง บรรจุยาบ้าจำนวน 10 ห่อ ตราสัญลักษณ์ ยี่ห้อ 999 ที่เม็ดยาพิมพ์ WY รวม 1 แสนเม็ดต่อ 1 กล่อง รวมทั้งหมด 54 กล่อง กับอีก 1 ห่อ จำนวนยาบ้าเม็ดสีส้มทั้งสิ้น 5,440,000 เม็ด รวมมูลค่า กว่า 32 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีและหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่มาในรถว่ามีจำนวนกี่คน เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป...
ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงาน
