
ศุลกากรภาคที่ 2 บุกศูนย์ไปรษณีย์ขอนแก่น ทลายพัสดุซุก “บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า” หนีภาษี มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท
ศุลกากรภาคที่ 2 บุกศูนย์ไปรษณีย์ขอนแก่น ทลายพัสดุซุก “บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า” หนีภาษี มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท
ขอนแก่น – เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการปราบปรามสินค้าหนีภาษี โดย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้ขานรับนโยบายพร้อมสั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเคร่งครัด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สั่งการให้นายสุรัตน์ เรืองประยูร ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร ศภ.2 พร้อมด้วยนายณัฐภูมิ ดอกพุฒ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ศภ.2 สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานศุลกากรหนองคาย และหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ฝปป.2 สปป.1 กสป.) เข้าทำการตรวจสอบพัสดุภัณฑ์อย่างละเอียด ณ ศูนย์ไปรษณีย์ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หลังสืบทราบว่ามีการใช้ช่องทางขนส่งระบบไปรษณีย์ในการกระจายสินค้าหนีภาษี

จากการตรวจสอบพัสดุภัณฑ์ที่ต้องสงสัย พบมีการซุกซ่อนบุหรี่ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากต่างประเทศ โดยไม่มีการติดอากรแสตมป์ และไม่มีหลักฐานการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,184 คอตตอน (หรือประมาณ 236,800 มวน) นอกจากนี้ยังตรวจพบตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ ซึ่งถือเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรอีกจำนวน 133 ชิ้น รวมมูลค่าของกลางที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้กว่า 1.5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

สำหรับการลักลอบขนส่งในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นความผิดฐานลักลอบนำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และยังเป็นของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 จะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ส่งและผู้รับปลายทาง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร / รายงาน