สำนักข่าว 191สำนักข่าว 191
เปิดยุทธการสยบสายมืด! ชัยภูมิสนธิกำลังทลายเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ยึด 528 กิโลฯ มูลค่ากว่า 50 ล้าน จับยกแก๊ง 5 ราย
กลับหน้าข่าว

เปิดยุทธการสยบสายมืด! ชัยภูมิสนธิกำลังทลายเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ยึด 528 กิโลฯ มูลค่ากว่า 50 ล้าน จับยกแก๊ง 5 ราย

36 ครั้ง

เปิดยุทธการสยบสายมืด! ชัยภูมิสนธิกำลังทลายเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ยึด 528 กิโลฯ มูลค่ากว่า 50 ล้าน จับยกแก๊ง 5 ราย

ชัยภูมิ – เมื่อเวลา 05.00 – 09.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ, รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ, ปลัดจังหวัดชัยภูมิ และนายอำเภอเมืองชัยภูมิ ได้สั่งการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และตำรวจ เข้าเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตำบลโนนสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านพื้นที่

จากการสกัดจับและตรวจสอบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดรถยนต์ SUV ยี่ห้อ Nissan X-Trail สีขาว หมายเลขทะเบียน กษ 1094 อุดรธานี ซึ่งใช้เป็นยานพาหนะในการซุกซ่อนและลำเลียงยาเสพติด ตรวจสอบภายในรถพบกระสอบบรรจุถุงชาจีนตบตาเจ้าหน้าที่ จำนวน 18 กระสอบ ด้านในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 528 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดสูงถึงกว่า 50 ล้านบาท

สำหรับผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาเครือข่ายดังกล่าวได้รวม 5 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในจุดเกิดเหตุจำนวน 3 ราย ซึ่งเดินทางมากับรถสำรวจเส้นทาง (รถนำ) ได้แก่:

1. นายวสันต์ อายุ 40 ปี (คนขับรถนำ)

2. น.ส.อุไรวรรณ์ อายุ 30 ปี (นั่งข้างคนขับ)

3. น.ส.สุวรรณา อายุ 27 ปี (ผู้โดยสาร)

ขณะเดียวกัน มีผู้ต้องหาอีก 2 ราย อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังปิดล้อมและกดดันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในป่าอ้อย บ้านดอนขวาง ได้แก่:

4. นายธวัชชัย

5. นายศักดิ์ดา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยได้รับจ้างขนและลำเลียงยาเสพติดในแต่ละครั้ง ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสูงถึง 500,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น “ร่วมกันนำเข้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายยาเสพติดให้โทษประเภท 1” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลยึดทรัพย์และติดตามจับกุมนายทุนผู้บงการต่อไป

แชร์