
ทหารพราน 2109 สนธิกำลังไล่ล่าจับหนุ่มลาว ขนยาบ้า 4 แสนเม็ด ข้ามริมโขง อ.ปากชม
เลย – เจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมกับตำรวจ สภ.ปากชม สนธิกำลังซุ่มตรวจและไล่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวลาว พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด และรถจักรยานยนต์ คาริมถนนสายปากชม – เชียงกลม หลังพบลักลอบขนขึ้นจากริมตลิ่งแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 19 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กองร้อยหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 (ร้อย.ฉก.ทพ.2109) ฉก.ทพ.21 หน่วยงานหลัก ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากชม และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกันออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่รับผิดชอบริมฝั่งแม่น้ำโขง
กระทั่งพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย บรรทุกกระสอบสีดำขับขึ้นมาจากริมตลิ่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านปากเนียม หมู่ 5 ตำบลห้วยพิชัย อำเภอปากชม จังหวัดเลย เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานชุดปฏิบัติการร่วม สภ.ปากชม ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดบริเวณถนนหมายเลข 211 (ปากชม – สังคม) เพื่อสกัดกั้นการหลบหนี

จากการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่สามารถไล่ติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ บริเวณริมถนนหมายเลข 2108 (ปากชม - เชียงกลม) พื้นที่บ้านปากชม หมู่ 1 ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย (พิกัด RV 055 933) ตรวจสอบทราบชื่อคือ ท้าวอนุชา แสงเพ็ต อายุ 21 ปี ราษฎรบ้านนาป่าไผ่ เมืองหมื่น แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย:
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุในกระสอบ จำนวน 67 แพ็ค รวมทั้งสิ้น 406,000 เม็ด
รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 110 สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา "จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย" ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากชม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ท้าวอนุชาฯ เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยบัตรผ่านแดนชั่วคราว 3 วัน และได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ 10 วัน (ครบกำหนดวันที่ 27 ส.ค. 69) คาดว่าเป็นการเข้ามาเพื่อเตรียมการรอรับยาเสพติดนำไปส่งต่อให้กลุ่มผู้ค้าในพื้นที่ อ.ปากชม และพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ คาดว่ามีผู้ร่วมขบวนการที่เป็นคนไทยให้การสนับสนุนเรื่องที่พักอาศัย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป