สำนักข่าว 191สำนักข่าว 191
รวบ 3 ไทใหญ่เครือข่ายยาข้ามชาติ สกัดจับไอซ์ 300 กิโลฯ มูลค่ากว่า 30 ล้าน ยึดกลางด่านพิจิตร
กลับหน้าข่าว

รวบ 3 ไทใหญ่เครือข่ายยาข้ามชาติ สกัดจับไอซ์ 300 กิโลฯ มูลค่ากว่า 30 ล้าน ยึดกลางด่านพิจิตร

7 ครั้ง

รวบ 3 ไทใหญ่เครือข่ายยาข้ามชาติ สกัดจับไอซ์ 300 กิโลฯ มูลค่ากว่า 30 ล้าน ยึดกลางด่านพิจิตร

พิจิตร – เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี ร่วมกันสกัดจับกุมเครือข่ายขนยาเสพติดข้ามชาติ ได้ผู้ต้องหาชาวไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา 3 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ยดัดแปลงเป็นเป้สะพาย รวม 10 กระสอบ น้ำหนักรวม 300 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท

เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี กำลังตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดบนทางหลวงหมายเลข 117 (พิษณุโลก–นครสวรรค์) บริเวณบ้านกรดงาม ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร พบรถยนต์ต้องสงสัยขับตามกันมาด้วยความเร็วสูงจำนวน 2 คัน โดยรถเก๋งฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กว-6491 ลำปาง ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง (สเก้าท์หน้า) และมีรถกระบะแบบแค็ปขับตามหลังมา

เมื่อใกล้ถึงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดซุ่มสังเกตการณ์พบรถทั้งสองคันมีพฤติกรรมผิดปกติ พยายามขับเลี้ยวหลบด่านไปทางหลวงหมายเลข 115 (แยกปลวกสูง–กำแพงเพชร) เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไล่ติดตามและสามารถสกัดจับกุมได้บริเวณทางแยกเข้าบ้านหนองหูช้าง ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี จากการเข้าตรวจค้นรถกระบะ พบกระสอบปุ๋ยพันด้วยเทปกาวสีดำและผูกผ้าขาวม้าทำเป็นสายสะพายเป้จำนวน 10 กระสอบ ภายในบรรจุยาไอซ์กระสอบละ 30 กิโลกรัม รวมทั้งสิ้น 300 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา รวม 3 ราย ประกอบด้วย

1. นายสุรชัย อายุ 25 ปี (คนขับรถเก๋งนำทาง)

2. นายจาย วุน อายุ 28 ปี (คนขับรถกระบะขนยา)

3. นายจาย อู อายุ 28 ปี (ผู้โดยสารรถกระบะขนยา)

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างจากเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ให้ลำเลียงยาไอซ์มาจากชายแดนด้าน จ.เชียงใหม่ โดยอาศัยขับรถตามสัญญาณ GPS และติดต่อสั่งการผ่านกลุ่มไลน์ ซึ่งจะมีรถสเก้าท์หน้าคอยแจ้งเตือนจุดตั้งด่านตรวจตลอดเส้นทาง เพื่อนำยาเสพติดไปส่งให้กับผู้รับช่วงต่อในพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในภาคกลาง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาและควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.วชิรบารมี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมนายทุนและผู้ร่วมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

แชร์